ข่าว ตุ๊กแกราคาแพงยิ่งกว่าทอง!

ตุ๊กแกแพงยิ่งกว่าทอง!

ตุ๊กแกแพงยิ่งกว่าทองคำ เกิดกระแสฮือฮาจนกลายเป็นประเด็น ทอล์ก ออฟ เดอะ ทาวน์ เมื่อมีการประกาศรับซื้อตุ๊กแกเพื่อส่งขายพ่อค้าชาวมาเลเซียในราคาตั้งแต่หลักหมื่นไปจนถึงหลักหลายแสนบาท….

โดย…ทีมข่าวภูมิภาค

กลายเป็นประเด็นร้อน “ทอล์ก ออฟ เดอะ ทาวน์” ไปทั่วประเทศ หลังจาก จิรายุสต์ เอียดตรง หรือเสี่ยต๊ะ ชาวบ้าน ต.โพรงจระเข้ อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง ได้ประกาศรับซื้อตุ๊กแกพันธุ์พื้นบ้านตัวเป็นๆ แบบไม่อั้นเพื่อส่งขายต่อให้พ่อค้าชาวมาเลเซีย

ตุ๊กแกที่พ่อค้าชาวมาเลเซียต้องการมากที่สุด และพร้อมทุ่มเงินซื้อจะขึ้นอยู่กับน้ำหนักตัว เช่น น้ำหนัก 3.2 ขีด รับซื้อราคา 1.3 หมื่นบาท น้ำหนัก 3.5 ขีด ราคา 2 หมื่นบาท น้ำหนัก 4 ขีด ราคา 3 หมื่นบาท น้ำหนัก 5.2 ขีด ราคา 6 หมื่นบาท และน้ำหนัก 1 กิโลกรัม ราคาสูงถึงตัวละ 2 แสนบาท ทำให้หลายคนเกิดความสงสัยว่าเป็นการสร้างเรื่องขึ้นมาโกหกมดเท็จหรือไม่

เสี่ยต๊ะ ย้ำอย่างหนักแน่นว่าเป็นเรื่องจริง ไม่ได้โม้ ใครมีตุ๊กแกตัวเป็นๆ อวัยวะครบทุกส่วน และได้ขนาดน้ำหนักตามที่กำหนด พร้อมจ่ายทุกบาททุกสตางค์ ไม่เบี้ยวเด็ดขาด เพราะพ่อค้าจากมาเลเซียสั่งซื้อไม่จำกัดจำนวน เพื่อนำไปสกัดเซลล์จากส่วนหางปรุงยาวิเศษสำหรับรักษาโรคร้าย ไม่ว่าโรคมะเร็ง และโรคเอดส์

“ที่ผ่านมาผมตระเวนหาซื้อตุ๊กแกในพื้นที่ ต.เขาวิเศษ อ.วังวิเศษ อ.ห้วยยอด และ อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง แต่พบว่าตุ๊กแกส่วนใหญ่มีขนาดเล็กจนถึงขนาดกลาง โดยตัวโตเต็มที่มีความยาวประมาณ 1.2 ฟุต น้ำหนัก 1.5 ขีด แต่ขนาดน้ำหนักที่กลุ่มพ่อค้าชาวมาเลเซียต้องการจริงๆ คือ น้ำหนัก 3.2 ขีดขึ้นไป ทำให้ต้องเปิดเว็บไซต์เพื่อประกาศรับซื้อขายอีกช่องทางหนึ่ง” เสี่ยต๊ะ กล่าว

ณัฐวุฒิ สังขาว ชาวบ้าน ต.ในควน อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง บอกว่า ชาวบ้านทั้งหมู่บ้านต่างก็แห่กันออกตระเวนจับตุ๊กแกในช่วงกลางคืนรอบๆ ป่าในหมู่บ้าน ตามต้นไม้ และมุมบ้าน แต่ละคืนสามารถจับตุ๊กแกได้ไม่ต่ำกว่า 30 ตัว แต่ยังไม่ได้ขนาดน้ำหนักตามที่นายทุนต้องการ ซึ่งเท่าที่จับได้มีขนาดอยู่ประมาณ 2 ขีดกว่าๆ เท่านั้น

ไม่เพียงแต่เสี่ยต๊ะเท่านั้นที่ออกมาการันตีในเรื่องนี้ คะนึง จันทร์แดง เจ้าของรีสอร์ตวังสายทอง อ.ละงู จ.สตูล ก็ยืนยันเช่นกันว่า เมื่อไม่นานมานี้พ่อค้าชาวมาเลเซียเข้ามาพักที่รีสอร์ต และขอให้เป็นตัวแทนรับซื้อตุ๊กแกจากชาวบ้านตั้งแต่ขนาด 300 กรัมขึ้นไป ในราคาตัวละ 1 แสนบาท

“พวกพ่อค้าชาวมาเลย์เข้ามาพักที่รีสอร์ตประมาณ 4-5 วัน เขาบอกกับผมว่าต้องการซื้อตุ๊กแกไม่อั้น แต่ขอให้ได้ขนาดตามที่ต้องการ ขอให้ผมช่วยบอกชาวบ้านออกไปจับตุ๊กแกมาขาย โดยเฉพาะกลุ่มเงาะป่าซาไก ซึ่งคาดว่าน่าจะรู้จักแหล่งที่อยู่ตุ๊กแกตัวใหญ่ๆ เขาทิ้งที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ไว้ติดต่อ หากชาวบ้านจับตุ๊กแกมาขาย” คะนึง ระบุ

หลังจากนั้นไม่นาน คะนึง บอกว่ามีชาวบ้านจับตุ๊กแกมาได้ 2 ตัว ขนาด 400 กรัม 1 ตัว และขนาด 600 กรัม 1 ตัว จึงมีพ่อค้าติดต่อขอซื้อในราคา 3 แสนบาท แต่ก็มีคนมาซื้อตัดหน้าไปก่อน ต่อมาทราบว่านำไปขายให้กับพ่อค้ามาเลเซียได้ราคาสูงถึง 7 แสนบาท

“ผมยืนยันว่าพ่อค้ามาเลเซียรับซื้อตุ๊กแกราคาเป็นแสนจริง ผมเห็นมากับตา น้องชายผมจับมาได้ 1 ตัว ขนาด 400 กรัม ขายได้ราคา 1.4 แสนบาท นับเงินกันสดๆ จ่ายกันสดๆ มาแล้ว และการันตีว่าไม่เกี่ยวกับแชร์ลูกโซ่ หรือสหกรณ์ที่มีการชักชวนให้คนมาลงทุน เพราะไม่มีใครเลี้ยงตุ๊กแกให้ได้ขนาดใหญ่ๆ 300-400 กรัมได้ ต้องไปหาจับเอาเองตามธรรมชาติ ที่บ้านร้าง ตามวัดเก่าๆ หรือตามป่า ของหายากจึงมีราคาแพง” คะนึง ยืนยัน

ตุ๊กแกราคาแพงไม่ได้เป็นปรากฏการณ์ที่พูดกันสนั่นเมืองอยู่แค่คนภาคใต้ ทางภาคเหนือก็แตกตื่นไม่แพ้กัน หลังมีนายทุนจากสิงคโปร์ลงทุนเปิดสำนักงานรับซื้อ|ตุ๊กแกขึ้นที่ อ.ดอกคำใต้ จ.พะเยา อย่างเป็นทางการ โดยประกาศรับซื้อไม่อั้น ที่สำคัญเปิดศึกตั้งค่าหัวแพงลิ่ว น้ำหนัก 3 ขีด รับซื้อราคา 2-3 หมื่นบาท น้ำหนัก 7 ขีด ราคา 2-4 แสนบาท  

หากน้ำหนักสูง 8-10 ขีด หรือ 1 กิโลกรัมขึ้นไป ราคาขยับขึ้นเป็นหลักล้านบาท ปรากฏการณ์ “ตุ๊กแกพารวย” อาชีพใหม่ จึงยั่วน้ำลายชาวบ้านใน จ.พะเยา และจังหวัดใกล้เคียงกันถ้วนหน้า หลายคนต้องพักทำไร่ทำนาหันมาพลิกผืนป่าไล่ล่าตุ๊กแกขาย หวังรวยทางลัดกันจ้าละหวั่น

สมชาย ใจสา ชาวบ้าน ต.ป่าซาง อ.ดอกคำใต้ จ.พะเยา ยึดอาชีพจับตุ๊กแกขายจีนแผ่นดินใหญ่จนเป็นล่ำเป็นสันมานับสิบปีแล้ว แต่ต้องตกใจเมื่อได้ยินราคาสัตว์ชนิดนี้ถีบตัวขึ้นจนเหลือเชื่อ จากที่เคยจับขายอยู่ตัวละ 14-15 บาทเท่านั้น

สมชาย บอกอีกว่า ราคาตุ๊กแกที่แพงลิ่วยั่วน้ำลายเช่นนี้ ทำให้มีพรานหน้าใหม่เกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก แต่ละวันพากันออกไปล่าตุ๊กแกกันอย่างคึกคัก แต่ยังไม่มีพรานรายไหนที่สามารถจับตุ๊กแกได้ขนาดน้ำหนักที่พ่อค้าต้องการ ที่ผ่านมามีคนจับได้น้ำหนักกว่า 3 ขีด ขายได้ประมาณ 1 หมื่นบาท

“กระแสตื่นตูมตุ๊กแกแพงทำให้ชาวบ้านแห่ออกล่าตุ๊กแกเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้ตุ๊กแกในพื้นที่เริ่มหายาก ทำให้ต้องพากันออกตระเวนไปจับกันในพื้นที่จังหวัดใกล้เคียงแทน เช่น ลำปาง เชียงราย แพร่ เป็นต้น เหตุที่ตุ๊กแกราคาแพง ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเริ่มหายาก ซึ่งไม่เหมือนสมัยก่อน แต่ละวันจับตุ๊กแกได้ไม่ต่ำกว่า 100-200 ตัว” สมชาย เล่าถึงการออกล่าตุ๊กแกในแต่ละครั้ง

ขณะที่ ผัด สมศรี ชาวบ้านหมู่บ้านเดียวกัน บอกว่า ขณะนี้ต้องหยุดเก็บเกี่ยวข้าวโพดไว้ก่อนชั่วคราว เพื่อรวมกลุ่มกันออกไปจับตุ๊กแก เพราะราคาแพงจนอดใจไม่อยู่ หากได้ตัวขนาดเท่าที่กำหนดไว้คุ้มค่ากว่าทำไร่ข้าวโพดเป็นร้อยเท่า ทั้งนี้การออกล่าแต่ละครั้งจะแยกกันไปเป็นสาย สายละ 2-3 คน ใช้คันไม้เหมือนคันเบ็ดยาวประมาณ 1-2 เมตร ผูกเชือกที่ปลายไม้ทำเป็นบ่วงบาศชักกระตุก

“ถ้าไม้ยาวก็จะจับได้สูงเท่ากับความยาวของไม้ แต่จะจับยากกว่าจับกิ้งก่า เพราะตุ๊กแกคอไม่ค่อยตั้งเหมือนกิ้งก่า แต่ถ้าทำบ่อยๆ ก็คุ้นเคย สังเกตได้จากแต่ละรายที่ออกไปด้วยกันจับได้ไม่ต่ำกว่า 100 ตัว แต่ต้องรู้จักหานะ มันไม่ได้ออกมาให้จับง่ายๆ” ผัด บอกเคล็ดลับ

ปรากฏการณ์กระแสตุ๊กแกพารวยลามจากภาคใต้ไปเหนือ และยังไปโผล่ที่หมู่บ้านใน อ.สว่างอารมณ์ จ.อุทัยธานี และ จ.นครราชสีมา โดยชาวบ้านที่ว่างเว้นจากการทำไร่ทำนา ต่างจูงลูกจูงหลานออกหาจับตุ๊กแกกันตามป่าธรรมชาติ บ้านเรือน โรงเรือนเลี้ยงสัตว์ต่างๆ หรือตามแหล่งที่อาศัยของตุ๊กแกที่มีอยู่ทั่วไป แต่ส่วนใหญ่คว้าน้ำเหลวได้แต่ตุ๊กแกน้ำหนักไม่ถึง 3 ขีด นายทุนจึงรับซื้อตัวละ 200 บาท แต่ก็สร้างรายได้ให้กับชาวบ้าน

สุนันท์ บูรณพันธ์ ชาวบ้าน อ.สว่างอารมณ์ บอกว่า จนถึงขณะนี้ยังไม่มีใครจับตุ๊กแกตัวขนาดน้ำหนัก 3 ขีดขึ้นไปได้แม้สักรายเดียว ส่วนใหญ่จะมีน้ำหนักไม่เกิน 2 ขีดครึ่งเท่านั้น แต่ก็ได้น้อยมาก ส่วนใหญ่จะได้ตัวละไม่เกิน 2 ขีด คาดว่าจะไม่มีตุ๊กแกน้ำหนักตัว 3 ขีดขึ้นไปแน่นอน เนื่องจากตุ๊กแกมีน้ำหนักเบาแม้จะตัวใหญ

ด้าน ฉวี กลบกระโทก ชาวบ้าน ต.ท่าหลวง อ.พิมาย จ.นครราชสีมา กล่าวว่า ชาวบ้านในตำบลมีอาชีพเสริมด้วยการจับตุ๊กแกตามบ้านขาย โดยมีพ่อค้าจากภาคใต้มารับซื้อถึงบ้านกิโลกรัมละ 6,000 บาท ช่วงแรกไม่ค่อยมีชาวบ้านมาทำอาชีพนี้มากนัก แต่หลังจากทราบว่าตุ๊กแกมีราคาสูง และมีคนมารับซื้อถึงบ้าน จึงพากันออกมาจับตุ๊กแกขายเป็นจำนวนมาก

ฉวี เล่าอีกว่า แต่ละวันชาวบ้านสามารถจับตุ๊กแกได้ประมาณ 10-15 ตัวต่อคน มีรายได้ต่อวันประมาณ 3,000-6,000 บาท แม้จะเป็นอาชีพเสริมในช่วงระยะเวลาสั้น แต่ก็สามารถสร้างรายได้ที่ดีให้กับชาวบ้านได้เป็นอย่างดี ซึ่งขณะนี้ตุ๊กแกหาได้ค่อนข้างยาก เนื่องจากชาวบ้านออกจับขายกันมาก จึงต้องออกไปหาตุ๊กแกในพื้นที่ตำบลอื่นไกลกว่าเดิม

ตุ๊กแกจะน่ากลัวในสายตาคนทั่วไป แต่ความน่ากลัวก็สร้างรายได้อย่างงาม สัตว์เลื้อยคลานกินแมลงชนิดนี้เป็นตัวควบคุมประชากรของแมลงได้เป็นอย่างดีในระบบนิเวศตามธรรมชาติ ที่สำคัญเซลล์ของตุ๊กแกสามารถนำไปสกัดทำยารักษาโรคได้ เชื่อกันว่ากินแล้วทำให้ร่างกายแข็งแรง และสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกาย จึงไม่|น่าแปลกใจที่วันนี้ตุ๊กแกได้กลายเป็นสัตว์ทำเงิน สร้างรายได้กันอย่างล้นหลาม

สตีเฟน นักธุรกิจชาวชาวสิงคโปร์ บอกว่า ได้มาเปิดสำนักงานรับซื้อตุ๊กแกที่ อ.ดอกคำใต้ จ.พะเยา ได้ประมาณ 3 เดือน โดยการสนับสนุนจากเพื่อนซึ่งเป็นนักวิจัยชาวสิงคโปร์ ให้ช่วยรับซื้อตุ๊กแกที่มีน้ำหนักตั้งแต่ 3 ขีดขึ้นไป เพราะจะเป็นตุ๊กแกที่สมบูรณ์ตั้งแต่ส่วนหัวถึงหาง โดยจะนำไปขายต่อให้หมอชาวสิงคโปร์ เพื่อนำสมองตุ๊กแกสกัดเป็นยารักษาโรคมะเร็ง และโรคเอดส์

“ที่ผ่านมาได้รับซื้อตุ๊กแกจากบ้านชาวในพะเยาและเชียงราย ขนาดน้ำหนักตัวประมาณ 6-7 ขีด ราคา 2-4 แสนบาท แต่หากขนาดน้ำหนักตัวต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนดก็จะไม่รับซื้อ” สตีเฟน ระบุ

************************

ระวังแชร์ลูกโซ่ ‘ตุ๊กแก’ พาจน

ยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ขอเตือนชาวจ.ลำปาง พะเยา เชียงใหม่ ที่ออกล่าตุ๊กแกขายพ่อค้าชาวสิงคโปร์และให้ราคาสูงเกินความเป็นจริง เพราะไม่น่าเป็นไปได้จะจะนำไปรักษาโรคได้ อีกทั้งตุ๊กแกก็ไม่ได้อยู่ในบัญชีสินค้าควบคุม แต่ซื้อขายกันตามความเชื่อ จึงเกรงว่ากลุ่มพ่อค้าเหล่านี้จะแฝงเจตนาไม่สุจริต เข้าข่ายแชร์ลูกโซ่เหมือนที่เกิดขึ้นอยู่ครั้ง

“จะสั่งให้กรมการค้าภายใน และกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เฝ้าติดตามดูพฤติกรรมดังกล่าว เพราะเกรงว่าชาวบ้านจะถูกหลอกลวงต้นตุ๋น”ยรรยงค์กล่าว

อย่างไรก็ดีก่อนหน้านี้เคยมีผู้ไปชักชวนชาวบ้านทำธุรกิจเลี้ยงนากหญ้า อ้างว่าจะรับซื้อเอาหนังไปทำกระเป๋าและไปทำเสื้อกันหนาว โดยช่วงแรกส่งเสริมให้เลี้ยงแล้วรับซื้อตัวละ 2 หมื่นบาท ออกลูกออกหลานก็ให้เอาไปขายขยายเป็นเครือข่าย กลุ่มแรกที่ทำได้เงินเป็นกอบเป็นกำ ชาวบ้านเห็นว่ารวยกันง่ายๆ ก็แห่เอาด้วย นากหญ้าใช้เวลาโตเกือบ 1 ปี ก็ปรากฏว่าถูกหลอกไปเป็นหมื่นคน สูญเงินไปกว่าพันล้านบาท

ผู้เชี่ยวชาญเรื่องตุ๊กแกดี กล่าวว่า ถ้ามีการซื้อตุ๊กแกราคาดีอย่างนี้ โดยไม่มีเบื้องหลัง กลุ่มผู้ค้าก็น่าจะไปซื้อยังฝั่งลาว พม่า ที่ราคาถูกและมีปริมาณมากกว่าในประเทศไทยหลายเท่า จึงขอเตือนผู้ที่หวังรวยทางลัดจะตกเป็นเหยื่อแก๊งต้มตุ๋น

“ไม่มีเงินอะไรที่ได้มาง่ายๆ เหมือนอย่างนากหญ้าต้องจับเอาไปฆ่าทิ้ง เพราะกลัวจะไปทำลายเขื่อนและคูคลองชลประทาน เพราะสัตว์พวกนี้ชอบขุดโพรงขนาดใหญ่อยู่ใต้น้ำ ซึ่งต่างประเทศถือเป็นสัตว์ต้องห้าม เช่นเดียวกับตุ๊กแก มีทั้งเชื้อไวรัสและเชื้อราที่ลำตัวและผิวหนัง” แหล่งข่าว ระบุ

About jane41

อารมณ์ดี
This entry was posted in Uncategorized. Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s